แกงมัสมั่น

          หากมีคนถามถึงอาหารของไทยที่น่าลอง หลายคนคงนึกถึงส้มตำ ต้มยำ ผัดไทย แต่อีกเมนูที่อยากจะให้แนะนำและอยู่คู่กับครัวไทยมาแสนนานแล้วคือมัสมั่น ตามบทขึ้นต้นของกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในล้นเกล้ารัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย “มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่า รสร้อนแรง” แกงมัสมั่น เป็นอาหารประเภทแกงที่ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารมลายู ชาวไทยมุสลิมเรียกแกงชนิดนี้ว่า ซาละหมั่น แกงมัสมั่นแบบมุสลิมไทยออกรสหวานในขณะที่ตำรับดั้งเดิมของชาวมุสลิมออกรสเค็มมัน[1] ในไทยมีวิธีการทำสองแบบคือ แบบไทย น้ำพริกแกงมี พริกแห้ง ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม ลูกผักชี ยี่หร่า ดอกจันทน์ กานพลู ปรุงรสให้หวานนำ เค็มและอมเปรี้ยว เป็นแกงมีน้ำมากเพื่อรับประทานกับข้าว อีกแบบเป็นแบบมุสลิม น้ำขลุกขลิก ใช้จิ้มขนมปังหรือโรตี ในน้ำพริกแกงไม่ใส่ข่า ตะไคร้ ส่วนผสมที่เป็นพริกแห้ง หอม กระเทียม ถั่วลิสงจะทอดก่อน ใส่ผงลูกผักชี ยี่หร่า ใส่มันฝรั่ง บางสูตรใส่มะเขือยาว ก่อนจะมีมันฝรั่งมาปลูกแพร่หลายในไทย จะนิยมใส่มันเทศ “มัสมั่น” ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก จากการสำรวจของเว็บไซต์ CNNGO ซึ่งก็กลายเป็นเมนูอาหารไทยที่ได้รับความนิยมในต่างแดนไปแล้ว

          มัสมั่นเป็นอาหารรสชาติเผ็ดร้อน หอมมัน หวาน อร่อยกลมกล่อมและเป็นอาหารที่หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน เพราะแกงชนิดนี้ต้องใช้ความพิถีพิถัน ใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบที่ดีมาทำเป็นพริกแกง รวมถึงขั้นตอนการปรุงอีกด้วย ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมในยุคปัจจุบันสักเท่าไหร่ หัวใจหลัก คือ เครื่องแกง ที่สำคัญกะทิต้องคั้นเอง ถ้าใช้กะทิสำเร็จรูปจากกล่องจะไม่อร่อยเท่าที่ควร ตามด้วย มันฝรั่ง หรือมันเทศก็ได้ หัวหอมใหญ่   ถั่วลิสงคั่ว ลูกกระวาน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ทำให้เจริญอาหาร ช่วยขับเสมหะ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียนได้ และสารเพิ่มความหอมรสร้อนแรงคือ ยี่หร่าบดผง

          แกงมัสมั่นแบบต้นตำรับจะมีรสชาติออกเค็มมัน และนิยมใช้เนื้อวัวมาปรุง ส่วนมัสมั่นของไทยจะมีรสหวานนำ และลดปริมาณเครื่องเทศให้น้อยลง และในปัจจุบันมีการเลือกใช้เนื้อสัตว์ที่หลากหลายมากขึ้น ถือเป็นการปรับรสชาติให้เข้ากับความชื่นชอบของคนไทย นอกจากรสชาติความอร่อยของมัสมั่นที่จะทำให้คุณติดใจแล้ว ยังมีเรื่องของคุณค่าทางโภชนาการ เครื่องเทศที่นอกจากช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์และทำให้มีกลิ่นหอมชวนกินแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยลดอาการท้องอืดและช่วยย่อย เช่น อบเชย แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ คลื่นไส้ ยี่หร่าช่วยขับลม ขับเสมหะ กานพลูแก้อาการปวดท้อง จุกเสียด  พริกไทยช่วยย่อยอาหาร สบายท้อง ลูกจันทน์ช่วยแก้ไข้ บำรุงตับ ปอด ลดไขมันในเลือด ลูกกระวานแก้อาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และด้วยรสชาติที่กลมกล่อมยังทำให้ทานง่าย สบายท้องอีกด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published.